THE LAND OF TAI

มิตรภาพบนแผ่นดินเดียวกันของชนชาติไท....เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน

INSIGHT

วันสงกรานต์:
ปีใหม่ชาวไท รัฐฉาน



เป็นประเพณีที่ถือว่าวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่เช่นเดียวกันกับคนไท ในที่ต่างๆ...เช่นสิบสองปันนา เต๋อหง กวางสี ลาว ไทย ไทอาหมในอินเดีย และที่รัฐฉาน ของไทใหญ่ ก็เช่นกัน

Events

Groups

Music

Loading…

TAI POEM


จากเธอที่หลวงพระบาง


โอ้เจ้าดวงดอกฟ้า....
จำปาเมืองสวรรค์
ดั่งกรรมซัดพา...ให้ฟ้ามากั้น
จำจากพรากไปไกลกัน...
จากหลวงพระบาง..
เมืองสวรรค์ของลาว

เสียงเพลงขับทุ้ม...
ดังมาแว่วหวาน
( แม่นแท้ละว้า)
จากกันนั้นเนิ่นนาน
หลายปีที่ผ่าน
บ่ พานพบเจอ
(เจ้าดวงเดือนเอย)


โอ้พระธาตุจอมพูสี...
ที่อ้ายนี้ได้พบเจอ
เจ้างามวิไล...ทั้งสูงและส่ง
งามดั่งช่างเช่นกับหงส์...
ฟ่ายฟ้อนร่อนลง
เล่นน้ำโขงยามแลง..

เสียงเพลง เศร้าสร้อย
ยามตะวันคล้อยแสง
( แม่นแท้ละว้า)

โอ้สุรีย์สีแดง...มาลับลาร่วง
กลางดวงใจอ้ายเอย...


เสียงเพลง..ลาจาก
ต้องพรากกันไกล
(ไกลแท้ละว้า)

ฝากเอาไว้หัวใจ..
ข้ามฟ้ามาให้
อย่าลืมไลอ้ายเลย...

เจ้าดอกเอ๋ย...เจ้าดอกจำปา..
หากบุญมีมา...เราคงได้พบกัน...

NEW IDEA

ขอเวลาปรับปรุงหน่อยนะครับ....
 

Blog Posts

ซุนปิน

รุ่ยลี่เมืองหน้าด่านชายแดนจีน-พม่า(5)

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราพากันไปที่สนามบินของเมืองเชียงรุ้ง เพื่อบินไปที่คุนหมิง เครื่องบินดีเลย์และจะออกบินในช่วงบ่าย ก็เลยถือโอกาสกลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปนวดแผนโบราณในตัวเมืองช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวไท ก็เลยมีการหยุดงานกันเพื่อเล่นสงกรานต์

ที่ร้านเสริมสวยในเมืองเชียงรุ้ง พอดีมีอยู่ร้านหนึ่งเขาเปิดทำงานก็เลยให้สาวๆเขาไปนวดกัน ส่วนข้าฯเองก็นอนรอ เพราะขี้เกียจจะนวด หลังจากนวดเสร็จก็ยังมีเวลาอีกนานก็เลยนั่งรถตะเวนดูเขาเล่นสงกรานต์กัน จากนั้นก็กลับสนามบิน

เครื่องบินบินจากเชียงรุ้งไปถึงค… Continue

Posted by ซุนปิน on May 14, 2009 at 5:00pm

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (4)

ไหนๆก็ยังไปไม่ถึงเมืองรุ่ยลี่สักที ข้าฯก็ขอเล่าเรื่องอื่นต่อ...
บิดา ของแม่นางที่ข้าฯกล่าวถึงนั้น ปัจจุบัน ท่านพำนักอยู่ที่อเมริกา ท่านเป็นประธานสมาพันธ์ไทลื้อโลก และเป็นประธานที่ปรึกษาตำรวจของอเมริกาในกิจการอาเชี่ยน ท่านขอลาออกแต่เขาไม่ให้ออก

ส่วนแม่นางนั้น ก็ประกอบธุรกิจด้านอัญมณี ในอเมริกา และนางเองก็เป็นประธานกองทุน ที่รณรงค์หาเงินทุนในการส่งเสริมให้คนสิบสองปันนา ไทย และลาว ไปเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาเอก ทั้งที่สำเร็จไปแล้วและกำลังศึกษาอยู่ ก็ประมาณ 70-80 คน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าฯ แนะนำว่าใ… Continue

Posted by ซุนปิน on July 30, 2008 at 4:37pm

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (ตอน 3)

คณะที่เดินทางไปด้วยกันเรียกว่าเป็นชุดทรหดจริงๆ เว้นแต่ข้าฯคนเดียว คือ แม่นางอีกคนก็เดินทางมาจากไอโอวา อเมริกา , ส่วน ธุอ้าย(ภาษาลาวหมายถึง ท่านพี่)อีกท่านก็มาจากเมืองตูริน ฝรั่งเศส สำหรับแม่นางที่ข้าฯกล่าวถึงก็มากับบิดาของนาง พร้อมกับสามีของนาง ส่วนน้องชายนางที่มาพร้อมกันจากอเมริกาไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ไม่ได้มาด้วย เพราะอาจจะมาหลายครั้งแล้วก็ได้แต่ข้าฯเจอเขาหลังจากข้าฯกลับจากจีนและเจอเขาก่อนเขากลับอเมริกา เขาบอกว่าไปอัดซีดีเพลงไว้ที่เชียงใหม่เอาไปแจกที่วัดในอเมริกาให้ขายทำบุญว่างั้นเถอะ....เสียงร… Continue

Posted by ซุนปิน on July 29, 2008 at 3:00pm

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (ตอน 2)

การแข่งเรือที่เชียงรุ้งก็จัดขึ้นที่ตัวเมืองนั่นแหละบริเวณ สะพานแขวน คือเป็นสะพานขึงแบบ 2ระนาบ ถ้าดูภาพสไลด็โชว์ที่ข้าฯนำมาเสนอก็คงเห็น สะพานนี้ข้ามแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านตัวเมือง ซึ่งเป็นสะพานอีกแห่งที่ข้ามแม่น้ำโขง

ในช่วงเย็นเราก็ไปทานอาหารไทลื้อกันที่ร้านอาหาร ติดริมแม่น้ำโขงใกล้กับสะพานแขวน ที่อยู่อีกฟากของตัวเมือง ร้านอาหารไทลื้อจะมี สาวๆแต่งชุดไทลื้อจำนวนมากมาคอยต้อนรับและคอยบริการตามโต๊ะต่างๆ
อาหารทางร้านจะจัดมาให้เป็นชุดๆเลย คือจะเป็นพวกผักเป็นหลัก มีน้ำพริกมั่ง เป็นพวกแกงรสชาติแบบอาหารเหนือ… Continue

Posted by ซุนปิน on July 28, 2008 at 11:41pm

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (ตอน 1)


( ตอนที่1)
“ สวัสดีพี่” เสียงคุ้นหูจากนางผู้หนึ่งซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและเวลาใดก็ยังจำได้เสมอดังขึ้น
“อ้าวมาถึงไทยเมื่อไหร่” ข้าฯถามแม่นางคนนั้น
“ เปล่า..โทรมาจากอเมริกา” แม่นางตอบ
“ พี่พรุ่งนี้ไปจีนด้วยกันนะ บุ๊คตั๋วที่เอเจนซี่ทัวร์ที่อเมริกา ไว้แล้ว” แม่นางพูดแกมบังคับ ข้าฯจะต้องเดินท… Continue

Posted by ซุนปิน on July 28, 2008 at 4:43pm

Photos

Loading…

TAI DISCOVERY


เมืองฮำ : หมู่บ้านไทลื้อ

ข้าฯได้มีโอกาสเข้าไปจีนอีกครั้ง คราวนี้ไปนานหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในบริเวณมณทล ยูนนานนั่นแหละ เมืองฮำ เป็นอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดเชียงรุ้ง ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาที่ขึ้นต่อมณทลยูนนาน อยู่ห่างจากเชียงรุ้งประมาณ 30-40 กิโลเมตร

ที่เมืองฮำ มีสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ วัดสวนมอน คำว่ามอน ไทลื้อหมายถึงดอกไม้ วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นมาเมื่อ 1,400 ปี มาแล้ว

เมืองฮำ เขาจะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทลื้อไว้ เช่นด้านสถาปัตยกรรม กล่าวคือจะมีการบังคับไว้ให้มีการอนุรักษ์บ้านเรือนไทลื้อ คือการสร้างบ้านเรือนใหม่จะต้องสร้างตามแบบบ้านของไทลื้อดังนั้นเองเราจะเห็นบ้านเรือนในแบบไทลื้อเต็มไปหมด

บ้านแบบไทลื้อทางชาวบ้านก็จะทำเป็นร้านอาหาร และที่พักแบบโฮมสเตย์ไปด้วย อัตราที่พักก็ประมาณ 50 หยวนต่อคืน หรือราว 250 บาท

บ้านไทลื้อจะใช้เสามากหน่อย แต่ละหลังก็ประมาณ 50-100 ต้นต่อหลัง ขึ้นอยู่กับขนาดแต่ละบ้าน เสาไม้เหล่านี้จะวางไว้บนฐานปูนซีเมนต์ที่มีรูปทรงเหมือนครก กลับหัว

เมืองฮำ จะมีรถไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งชมทัศนียภาพของเมือง เช่นเดียวกับรถพ่วงในไทยที่นั่งชมรอบเขตเกาะรัตนโกสินท์นั่นแหละ

บรรยากาศของหมู่บ้านที่เราสัมผัส ก็จะคล้ายๆกับทางภาคเหนือของไทยเรา อำเภอ เมืองฮำ จึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดถ้าหากเราต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวไทลื้อในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา โดยเฉพาะในเขต กาหลั๋นป้า ของเมืองฮำแห่งนี้

เมืองมาง

เมืองมางเป็นอำเภอเล็กๆอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดเชียงรุ้ง(จิ่งหง) ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา หรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Xishuangbanna หรือที่ออกเสียงเป็นภาษาจีนว่า ซิฉวงบานนา คือเขาออกเสียงแบบภาษาไท เราไม่ได้ การใช้ภาษาอังกฤษของจีน เช่น บ้าน หรือหมู่บ้านเขาจะเขียนว่าManเช่น บ้านถิ่น เขาก็จะเขียนว่า Manting บ้านถิ่นเป็นเขตหนึ่งในเมืองเชียงรุ้ง ที่อยู่ใกล้ๆกับวัดป่าเจที่เป็นวัดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองเชียงรุ้ง

พลเมืองกว่า70% ของเขตปกครองตนเองสิบสองปันนานั้นจะเป็นชาวไท หรือที่เรียกว่าไทลื้อ การเดินทางของข้าฯอีกครั้งราวกับโชคชะตากำหนดกล่าวคือ ข้าฯได้มีโอกาสที่จะพบกับท่านผู้ใหญ่หลายท่านในการเดินทางครั้งนี้ เช่น ท่านเจ้าหญิงคำหล้า ที่เดินทางมาจากฝรั่งเศส อีกท่านก็เป็นมารดาของหมอชื่อดังท่านหนึ่งในไทย ท่านที่เป็นมารดาของหมอท่านนี้เป็นศาสตราจารย์ที่เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ก็ยังเข้มแข็งยังกะอายุไม่เกิน 50ปี

เหตที่ข้าฯว่าราวกับโชคชะตากำหนดก็คือว่า หมอที่ข้าฯกล่าวถึงเป็นหมอร่วมโรคเดียวกับข้าฯ(อาการที่ถูกเหนี่ยวนำทางสมอง) ถ้าท่านเคยอ่านงานเขียนของข้าฯในเว็บไซต์บ้านจอมยุทธ์ก็คงทราบว่าข้าฯหมายถึงใคร แต่สำหรับบล็อกในบ้านจอมยุทธ์นั้นข้าฯไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลไม่ได้ หรือจะไปเพิ่มเติมแก้ไขใดๆไม่ได้ เนื่องจากเว็บไซต์มันเสียหาย ดังนั้นข้อมูลหลายเรื่องที่ข้าฯบันทึกไว้จึงสูญหายไป รวมไปถึงใน บันทึกจากดาริกา ที่เป็นบทกวี ข้าฯเองก็จนปัญญาที่จะกู้ข้อมูลเหล่านั้น เนื่องจากข้าฯบันทึกข้อมูลโดยไม่มีการเซฟไว้

การเดินทางไปเมืองมางในครั้งนี้เป็นการนำพระพุทธรูปไปถวายที่บ้านขว้าง แห่งอำเภอมาง
ข้าฯเองก็ได้รับการขอร้องจากแม่นางท่านหนึ่งให้ช่วยในการนำพระพุทธรูปจากเมืองไทไปถวายที่วัดแห่งนี้

บ้านขว้าง เป็นหมู่บ้านเล็กๆของอำเภอมาง ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านไทลื้อ แห่งหนึ่ง และเนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้มีวัดแต่ขาดพระประธาน ดังนั้นแม่นางสองท่านที่พำนักอยู่อเมริกาจึงได้บริจาคเงินทุนในการจัดหาพระประธาน และเป็นเจ้าภาพในงานนี้

การเดินทางจากเมืองเชียงรุ้ง จะต้องผ่าน เมืองล้า ก่อนจึงจะมาถึงเมืองมาง ในการนำพระไปถวายในครั้งนี้ ชาวบ้านขว้างได้ให้การต้อนรับทางคณะเป็นอย่างดียิ่ง เรียกได้ว่าเป็นการร่วมมือร่วมใจกันทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว

จากความประทับใจที่คณะชาวบ้านได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ข้าฯได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านเจ้าหญิงคำหล้า ที่ในอดีตเป็นมารดาของมกุฎราชกุมาร ของลาว นั้นท่านได้กล่าวว่า ทางรัฐบาลลาวได้ขอเชิญกลับประเทศ แต่ท่านได้ปฏิเสธว่าทางลาวจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายก่อน หมายถึงว่าจะต้องมีระบบกฎหมายที่เป็นสากล

ข้าฯเองก็บอกท่านว่าฯ ท่านเจ้าหญิงควรกลับไปฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของลาว เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในประเทศ และอีกอย่างก็จะเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ และเนื่องจากข้าฯเห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านขว้างแห่งเมืองมาง จึงกล่าวกับท่านเจ้าหญิงคำหล้าเช่นนั้น และข้าฯเองก็กล่าวว่าข้าฯยินดีที่จะไปช่วยงานท่าน หากท่านกลับประเทศลาวเพื่อฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศลาว

ก็ในเมื่อ ชาติพันธุ์ต่างๆในอนุภูมิภาคแห่งนี้ ต่างล้วนคือคน ไท ที่เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน

(ยังมีต่อ)

TAI FOCUS


อาณาจักรโกสัมพี ของชนชาติไท :

เต้อหง- เขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิงผ่อ(คะฉิ่นหรือไทใหญ่อีกกลุ่ม)



ศาสตราจารย์เจี่ยแยนจอง แห่งสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา เมืองคุนหมิง กล่าวถึงความเป็นมาของไทใหญ่ที่เต้อหงว่า อยู่ที่นี่มานานกว่าพันปี

"มีอาณาบริเวณติดกับหัวเมืองทางแสนหวีของพม่า ติด ๆ กับรัฐฉานเหนือ ไทใหญ่นั้น เมืองของเขาในอดีต เคยเรียกว่า อาณาจักรโกสัมพี"

เหตุที่ตั้งชื่อว่าอาณาจักรโกสัมพี อาจารย์เจี่ยบอกว่า พุทธศาสนิกชนในอดีต ชอบเอาชื่อเมืองของอินเดียสมัยพุทธกาลไปตั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล ชาวไทใหญ่คงตั้งชื่อนี้ให้กับอาณาจักรของตนเมื่อศาสนาพุทธแพร่เข้าไปเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 20

"แต่ต่อมาเรียกว่า อาณาจักรลุชวน ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนถึงราชวงศ์หมิง โดยเฉพาะสมัยราชวงศ์หมิงกับราชวงศ์ชิง เคยแข็งเมืองกบฎต่อจีนถึง 3 ครั้ง 3 ครา กองทัพจีนต้องมาปราบถึง 3 ครั้งจึงจะอยู่มือ แล้วก็พวกกองทัพไทใหญ่ เคยใช้กองทัพช้าง รบจนกระทั่งว่ากองทัพจีนสู้ไม่ไหว แต่ตอนหลังฝ่ายจีนได้ใช้ไฟในการรบกับขบวนช้าง จึงสามารถปราบไทใหญ่ได้ เมื่อปราบพวกไทใหญ่ได้สมัยราชวงศ์ชิง สุดท้ายก็เลยยุบอาณาจักร ไม่ให้มีระบบพระเจ้าแผ่นดิน เอาพระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้ายเนรเทศไปอยู่มณฑลหูหนาน ไกลนับพันกิโลเมตร แล้วให้แต่ละหัวเมืองขึ้นต่อราชสำนักจีนโดยตรง เลยอาณาจักรลุชวน ที่เคยเป็นอาณาจักรโกสัมพีในอดีตนี้ ก็เลยล่มสลายไป"

นี่เป็นข้อแตกต่างของไทลื้อที่อาณาจักรสิบสองปันนา กับไทใหญ่ที่อาณาจักรโกสัมพีหรือลุชวน เมื่อสิบสองปันนาถูกราชสำนักจีนยึดครอง จักรพรรดิจีนไม่ได้ยุบราชวงศ์ของกษัตริย์ไทลื้อ ยังคงให้มีตำแหน่งเป็นเจ้าแสนหวีสืบราชวงศ์มาจนถึงจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 1949 แต่สำหรับไทใหญ่ที่อาณาจักรลุชวน ได้ถูกแยกสลายและไม่ยอมให้รวมกันเป็นปึกแผ่นอีก

"ต่อมาเมื่อเปลี่ยนเป็นระบอบสังคมนิยมแล้ว สิบสองปันนาก็ยังคงเรียกเป็นสิบสองปันนาเหมือนเดิม แล้วบรรดาหัวเมืองไทใหญ่ ซึ่งไม่มีชื่อของเขาแล้ว แต่ก็มีเมืองสำคัญ ๆ ของเขา เช่นเมืองมาว เมืองไห เมืองหมังซื่อ เมืองพวกนี้จะรวมกันตั้งเป็นแว่นแคว้นของไทใหญ่ ก็ตั้งชื่อเป็นแคว้นใต้คง"

ส่วนเหตุที่ตั้งชื่อว่าแคว้นใต้คงนั้น อาจารย์เจี่ยแยนจองอธิบายว่า

"เพราะคำไทใหญ่จะเรียกแม่น้ำสาละวินว่าเป็นแม่น้ำคง เนื่องจากอยู่ทางใต้ของแม่น้ำคง จึงเรียกว่าเป็นแคว้นใต้คง เป็นเขตปกครองตนเองของไทใหญ่ ไทใหญ่จะเรียกตัวเองว่า ไตหลง ก็คือไทใหญ่ เพราะหลงก็คือหลวง แต่ในทางวิชาการของทางจีน จะเรียกไทใหญ่ว่า ไทเหนือ คืออยู่เหนือทางสิบสองปันนา รวมชนชาติทั้งหมดเรียกว่าไต โดยไม่แบ่งแยกว่า เป็นไทลื้อเป็นเผ่าหนึ่ง หรือไทใหญ่เป็นอีกเผ่าหนึ่ง ไตหรือไท เป็นอักษรเดียวกัน ส่วนอักษรถิ่นที่นี่เรียกว่าเป็น ไต ถ้าเขียนเป็นอักษรไทก็เป็น "ไท" นี่แหละ"

ข้อมูลจาก: สถานีวิทยุปักกิ่งภาคภาษาไทย China Radio International


อธิบายเพิ่มเติม: ซุนปิน

เมืองมาว หรือเมือง เมา ตามที่ศาสตราจารย์เจี่ยแยนจอง กล่าวถึงนั้นหมายถึงเมือง รุ่ยลี่ ปัจจุบัน(หรือออกเสียงตามพื้นเมืองว่า ซุ่ยหลี่ ) แม่น้ำรุ่ยลี่เจียง ก็คือแม่น้ำเมา
เมืองหมั๋งซื่อ ก็คือ เมืองขอน หรือ ขืน หรือเขิน ซึ่งก็คือไทขอน หรือไทเขิน ที่อยู่ห่างจากรุ่ยลี่นั่งรถยนตร์ไปประมาณ 2 ชั่วโมง มีสนามบินพาณิชย์

LOOK AROUND TAI

เจียงฮุ่ง : เมิงไต ที่โลกลืม
เมิงแห่งสายน้ำและนกยูง


" ข้าฯอยู่ต้นแม่น้ำ….ส่วนท่านอยู่ปลายลำน้ำ เมื่อเป็นสายน้ำเดียวกันที่เราต่างใช้ชีวิตบนสายน้ำเดียวกันมาตลอด ต่าง อาบ ดื่ม กิน กันมานับแต่บรรพชน…มิตรภาพบนสายน้ำนี้ไหนเลยจะสามารถที่จะแยกจากกันได้ "
การแสดงบางช่วงของการถ่ายทอดจินตนาการและจิตวิญญาณออกมาเป็นการแสดงที่งดงามของนักแสดงคนไทสิบสองปันนา ที่โรงละครพาราณสี เมืองเชียงรุ้ง หรือจิ่งหง มณฑลยูนนาน ได้แสดงถึงความงดงามแห่งวิถีชีวิตของคนไทแห่งลุ่มน้ำโขง หรือหลานชาง หรือลานช้าง…..เป็นการบอกเล่าเรื่องราวในหลายๆเรื่อง อาทิ ตำนานแห่งพระสุธน และนางมโนราห์….ตำนานเมืองแห่งสายน้ำ และนกยูงที่สง่างามได้ถ่ายทอดออกมาจากชนรุ่นหลัง….สู่สายตาของผู้มาเยือน..ในแนวแฟนตาซีและโรแมนติก

เสียงปี่น้ำเต้า(ทำจากน้ำเต้า) ดังไพเราะคลอกับเสียงเพลง ของชนชาติไท….ที่ขับร้องได้อย่างไพเราะของนักร้อง….สร้างความสุนทรีที่ชวนฝัน…

พระจันทร์ที่ส่องสว่างกลางฟากฟ้า….นางผู้อยู่ในโลกแห่งความไฝ่ฝัน….จินตนาการแห่งความงามความรักที่โลดแล่นไปถึงนางผู้อยู่ในดวงฤทัย….โบยบินไปในดินแดนแสนไกลสุดขอบฟ้า…

ขณะเดียวกัน ที่โรงละครแห่งเมืองคุนหมิง ก็มีการแสดงที่ถ่ายทอดออกมาอีกแบบในแนวแบบเรียลลิสติก ที่เป็นวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ….ทั้งในการดำเนินชีวิต…และความรัก

" พระอาทิตย์ ยังมีเวลาหยุดพัก พระจันทร์ก็ยังมีเวลาหยุดพัก แต่ผู้หญิงชนชาติอี๋ ไม่มีแม้แต่วันหยุดพัก "

เป็นฉากหนึ่งที่สะท้อนถึงชีวิตจริงของชนชาติอี๋ ที่มี ความขยัน อดทน ทำงานอย่างหนักในทุกวัน ทุกเวลาของผู้หญิงแห่งชนชาติอี๋….ที่ต้องคอยรับใช้ต่อครอบครัว สามีและทุกคน ให้มีความสุข สดวกสบาย ขณะที่ตนเองต้องทำงานทุกอย่างด้วยความเหนื่อยยาก เพื่อรับใช้พวกเขาเหล่านั้นทุกคนได้มีความสุข…

ฉากแห่งความสุข ความสนุกสนานของเด็กๆ รวมไปถึงความรื่นเริงของชนเผ่าต่างๆ หญิงสาว และชายหนุ่ม ที่เต้นรำกันอย่างร่าเริงเฉลิมฉลองในวันแห่งความสุข

ทั้งหมดก็ต่างล้วนเป็นเรื่องราวที่เป็นจริงแห่งชีวิต….ของผู้คนที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน

บนโลกที่สวยสดงดงามแห่งมิตรภาพ ความงาม ความรัก ที่ถ่ายทอดจากกันและกันนั้น สัมผัสได้ก็เพียงหัวใจ ด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์

แล้วพวกท่านต้องการจะรบราฆ่าฟันกันไปถึงไหน….จึงจะหยุดสันดาบดิบพวกท่านได้..

แล้วเมื่อไหร่พวกท่าน ไท แห่งลุ่มเจ้าพระยาจะหันมาสร้างสรรค์จิตวิญญาณที่งดงามเยี่ยงนี้ให้ดำรงอยู่ชั่วนาตาปีให้กับลูกหลานที่อาศัยอยู่ ….บนสายน้ำเดียวกันสายนี้…

ดุจสายน้ำโขง….ที่ไหลต่อเนื่องไม่เหือดหายในสายสัมพันธ์


“ อยู่ดีกินหวาน”
วันสังขาร ที่เชียงรุ้ง


“ อยู่ดี…กินหวาน ” เสียงทักทายจากชาวไท สิบสองปันนา
พร้อมกับการยกจอกสุรา…ชนแก้ว

“ ต๊อก…ก๊อก ” เสียงสตรีนางหนึ่งกล่าวนำ
“ เซ่ยเซ่ย….เซ่ยเซ่ยเซ่ย…..เซ่ย ! ” เป็นเสียงที่กล่าวขึ้นเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกัน
พร้อมๆกับชูจอกดื่มอย่างพร้อมกัน…

ประเพณีการดื่มสุรา ของคนไทสิบสองปันนาดังกล่าว…ต๊อก หมายถึงแก้ว….ก๊อก ก็คือเสียงแก้วที่ชน เมื่อกล่าวเป็นภาษาไท ในดินแดนทางใต้เช่นไทเรา ก็หมายถึงชนแก้ว…พร้อมๆกับเปล่งเสียงดังๆพร้อมกันว่า เซ่ยเซ่ย….เซ่ยเซ่ยเซ่ย…..เซ่ย เป็นจังหวะดังเว้นวรรคไว้6คำ ก็คงไม่ต่างจากเรากล่าวคำว่า ไชโย..ไชโย…ไชโย…

เป็นบรรยากาศหนึ่งระหว่างที่นั่งรับประทานอาหาร ที่ร้านไทลื้อแห่งหนึ่งในเมืองเชียงรุ้ง ที่อยู่ใกล้ๆกับสะพานแขวน ของเมืองเชียงรุ้งที่ข้ามแม่น้ำโขงอันไหลผ่านตัวเมือง

ในระหว่างรับประทานอาหารก็มีบรรดาสาวๆในชุดไทลื้อที่สวยงามร่วม 10คน มาตะเวนร้องเพลงให้ฟังที่โต๊ะต่างๆ และเชื้อเชิญให้แขกดื่ม

เสียงใสๆของสาวๆในภาษาไท ลื้อ ที่บางท่อนก็ฟังสำเนียงดูไม่ต่างจากเพลงไทย ก็คงไม่ต่างจากเราฟังเพลงลาวหรือคนลาวฟังเพลงไทยเช่นกัน…แต่บางท่อนต้องตั้งใจฟังจึงจะรู้เรื่องเพราะจะออกสำเนียงเหมือนภาษาเหนือ แต่ศัพท์บางคำอาจจะมีความหมายที่แตกต่างกันไปจากภาษาเหนือของบ้านเรา…..

ข้าฯนั่งคุยกับแม่อุ้ยท่านหนึ่ง กล่าวถึง เมิงก๊อก หมายถึงเมืองบางกอก หรือกรุงเทพฯ แม่อุ้ย ภูมิใจที่ชนชาติตนเองมีประเทศกับเขาเหมือนกัน คือประเทศไทย…

ไท สิบสองปันนาเป็นเขตอิสระปกครองตนเองแห่งหนึ่ง ในมณฑลยูนนาน ที่สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันไม่แตกต่างจากไทบ้านเรา….

ข้าฯ เองไม่สงสัยหรอกว่าเวลาไป ภาคอีสาน หรือข้ามไปประเทศลาว เขาก็มีแต่ถามว่า เป็น ไทบ้านได๋….อันเป็นภาษาพูดท้องถิ่นเขา ในลาวเองเขาก็ถามกันเช่นนี้แหละว่า เป็นไทบ้านได๋…ที่หมายถึงว่าท่านเป็นคนไทที่ไหน…ยังไม่มีใครนิยมถามว่าเป็นลาวบ้านได๋…

เมื่อประวัติศาสตร์เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน….คือชนชาติไท…แม้ว่าภาษาอังกฤษจะเขียนต่างกัน...แต่นั่นเป็นการออกเสียง

อาหารไทลื้อ จะประกอบไปด้วยผักเป็นหลัก…ก็เนื่องมาจากวัฒนธรรมการบริโภคที่สืบทอดกันมา…ดังนั้นสาวไทลื้อจึงหุ่นดี ข้าฯว่าข้าฯคงไม่คิดไปเองหรอก เมื่อถามเพื่อนร่วมทางก็มีความเห็นเช่นเดียวกันกับข้าฯ….อืม..แต่ว่าข้าฯมิได้ถามสาวๆที่ร่วมทางนะ กลัวความเห็นจะลำเอียงและบิดเบือนความจริงจากความหมั่นไส้ ดังนั้น ข้าฯจึงต้องถามแต่บุรุษแต่ก็เชื่อว่าเป็นจริง

ข้าฯก็ได้แต่นั่งกินข้าวเหนียว กับน้ำพริก และอาหารทอด เช่นไก่และหมูทอด คืออาหารที่ร้านนี้เขาจะเสริฟมาเป็นชุดๆของเขาที่จัดให้…..ข้าฯว่าถ้าเป็นจาวเหนือละก้อคงรำจ้าดนักเน้อ…

เสียงพลุที่จุดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง วันปีใหม่ หรือวันสังขาร ( วันสงกรานต์) เป็นการเฉลิมฉลองของเมืองแห่งนี้ ดังต่อเนื่องหลายร้อยลูก….พร้อมๆกับเสียงเพลงวันปีใหม่ดังขึ้น….พลุที่แตกกระจายอย่างสวยสดงดงาม…

ราวกับเรื่องราวแห่งชนชาติไทที่แตกกระเซ็นสายกระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆในภูมิภาคแห่งนี้ที่ยังคงไว้แห่งความงดงามในการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของบรรพชนไว้…..จากลุ่มน้ำหลานชาง สู่ แม่น้ำอิรวดี แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเมา แม่น้ำน้ำดำ ปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา

ยังมีเรื่องราวอีกมายมายของชนชาติไทที่จารึกไว้ในมณทลกวางสี กว่า 17 ล้านคน ของไทพวน,ไทจ้วง และอีกกว่า 8แสนคนของคนไทในแคว้นอัสสัมประเทศอินเดีย...

เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน...

หลานชาง….ข้าฯจักตอบกับสายน้ำอย่างไรดี…..ข้าฯรู้แต่เพียงว่าข้าฯสัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่งบรรพชนที่ข้าฯภาคภูมิใจ…

มันยังคงรินร้อยตามสายน้ำแห่งนี้….สายใยไมตรีที่มีมาเนิ่นนานจากอดีตกาล ตราบจนถึงปัจจุบันและอนาคตกาล....ที่จักไม่มีวันลบเลือนหายไปจากใจของผู้คนตลอดกาล...

หมายเหตุ : คัดมาจากที่ได้บันทึกไว้ที่เว็บไซต์ บ้านจอมยุทธ์ ในบล็อกซุนปิน และ ที่ BANNJOMYUT

สิบสองปันนา

 
 

About

ซุนปิน ซุนปิน created this social network on Ning.

Create your own social network!

BANNJOMYUT BLOG

Badge

Loading…

Latest Activity

ซุนปิน added 22 photos
May 20
ซุนปิน added a blog post
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราพากันไปที่สนามบินเพื่อบินของเมืองเชียงรุ้ง เพื่อบินไปที่คุนหมิง เครื่องบินดีเลย์และจะออกบินในช่วงบ่าย ก็เลยถือโอกาสกลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปนวดแผนโบราณในตัวเมืองช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวไท ก็เลยมีการหยุดงานกันเพื่อ...
May 14
ซุนปิน added 18 photos
May 14
ซุนปิน added a song
 play ธงไชย แมคอินไตย์ - 01 เล่าสู่กันฟัง
04:21
May 13
 

© 2009   Created by ซุนปิน on Ning.   Create Your Own Social Network

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service

Sign in to chat!