THE LAND OF TAI

มิตรภาพบนแผ่นดินเดียวกันของชนชาติไท....เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (ตอน 1)

( ตอนที่1)
“ สวัสดีพี่” เสียงคุ้นหูจากนางผู้หนึ่งซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและเวลาใดก็ยังจำได้เสมอดังขึ้น
“อ้าวมาถึงไทยเมื่อไหร่” ข้าฯถามแม่นางคนนั้น
“ เปล่า..โทรมาจากอเมริกา” แม่นางตอบ
“ พี่พรุ่งนี้ไปจีนด้วยกันนะ บุ๊คตั๋วที่เอเจนซี่ทัวร์ที่อเมริกา ไว้แล้ว” แม่นางพูดแกมบังคับ ข้าฯจะต้องเดินทางไปด้วยกับคณะของนาง

สรุป ข้าฯก็ต้องรีบไปขอวีซ่า ที่สถานทูตจีนอย่างเร่งด่วน คืออัตราวีซ่า ด่วนข้าฯจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แต่ไม่เกิน 2พันบาท ถ้า 3 วันมารับก็ราว 7-8 ร้อยบาท

โปรแกรมที่แม่นางวางไว้นั้น ที่ว่าบุ๊คไว้น่ะ ก็เพียงแค่การจองเรือ จากเชียงแสนไปจิ่งหง หรือเชียงรุ้ง ค่าโดยสารคนละ 4 พันบาท

สรุปก็คือวันรุ่งขึ้นต้องนั่งเครื่องบินไปลงเชียงราย และเดินทางไปพักที่ อ.เชียงแสน เพื่อรอขึ้นเรือในตอน ตี 5 เป็นเรือโดยสารปรับอากาศ สาเหตุที่ไปเรือไม่ใช่ว่าอยากประหยัดเงินแต่ ทางแม่นางเขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศมั่งก็เท่านั้นแหละ เพราะเขาเคยแต่นั่งเครื่องไปลงที่จิ่งหง และคุนหมิง

การเดินทางแรกๆก็ตื่นเต้นกับความงดงามของโขดหิน สองฟากฝั่ง แต่ไปๆมาๆชักเบื่อเพราะมันใช้เวลาเดินทางนานเหลือเกิน แม้เรือจะวิ่งด้วยความเร็วสูงพอสมควร ข้าฯว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 น็อต/ชั่วโมง ก็ใกล้เคียงเรือด่วนเจ้าพระยานั่นแหละ ถึงจะวิ่งทวนน้ำก็ตาม

จากตีห้า จนถึง6 โมงเย็นเพิ่งจะมาถึง กวนเหล่ย ที่เป็นเมืองท่าแห่งหนึ่งริมน้ำโขงอันเป็นเมืองแรกของชายแดนจีน บนเส้นทางลำน้ำโขง เรือก็หยุดจอดบอกให้นอนพักที่นี่ 1 คืน

ทางคณะของเราก็เห็นว่ามันเสียเวลา เพราะเราบุ๊คตั๋วไป จิ่งหง หรือเชียงรุ้ง และมีโปรแกรมจะต้องเดินทางอีกมากมาย และเรือเองก็ไม่ได้รักษาสัญญาที่จะนำเราไปสู่จุดหมายได้ตามที่โฆษณาไว้คือ จิ่งหง ภายในวันเดียว ทางคณะก็เลยให้ช่วยหารถยนต์เพื่อต่อไปจิ่งหง ทางเรือก็เลยจัดหามาให้

เส้นจากจาก กวนเหล่ย ไปจิ่งหง เป็นเส้นทางชนบท แม้ว่าลาดยาง แต่ยังไม่ได้มาตรฐานคือแคบ และคดเคี้ยว หลังจากทรมานอยู่บนรถที่ไม่มีแอร์ มาเกือบ 3 ชั่วโมงก็มาถึงเส้นทางใหญ่ อันเป็นเส้นทางหลักที่เดินทางเข้าสู่จิ่งหง เส้นทางสายนี้สร้างขึ้นได้มาตรฐานดี มีหลายช่วงจะเจาะเป็นอุโมงค์ ซึ่งเป็นผลดีตรงที่ลดความลาดชันในการวิ่งของรถยนต์ และย่นระยะทาง

ทางคณะเราเดินทางถึงเชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ก็จัดว่าอยู่ในระดับ 5 ดาวของเมือง อัตราค่าพัก ก็ตกราว4 พันบาทต่อคืน

น้อง ที่มาคอยรับก็ไปจัดหาซื้อ ไก่ย่าง หมูย่างและข้าวเหนียวมาเตรียมไว้ให้กับทีมที่หิวโซ มา คืออาหารโรงแรมมันเป็นอาหารของยูนนานไม่ถูกปาก ว่างั้นเถอะ ก็เอามาทานกันในห้องอาหารโรงแรมนั่นแหละ
อีกทั้งมันดึกมากเลยเวลา ห้องอาหารเขาก็ปิดการบริการแล้ว และทุกคนก็เหนื่อยเพลียกับการเดินทางมาทั้งวัน

วันรุ่งขึ้น ทางคณะเรา ก็ยังอยู่ที่จิ่งหง แม่นางก็เจอกับเพื่อนเก่าโดยบังเอิญที่พักโรงแรมเดียวกัน คือเป็นเจ้าแขวงลาวที่ทางเขตสิบสองปันนาเชิญมาเป็นแขก คือเชิญเจ้าแขวงลาว 7 แขวงมาเป็นแขกในการฉลองวันขึ้นปีใหม่ (วันสังขาร หรือวันสงกรานต์)

จากนั้นเราก็เดินทางไปที่บ้านไทลื้อแห่งหนึ่งในเมืองเจียงฮุ่ง หรือเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องของทางแม่นางเขาคอยต้อนรับอยู่ เราก็รับประทานอาหารกลางวันกันที่นั่น คืออาหารเช้าเราทานกันที่โรงแรมแล้ว

ประเพณีสงกรานต์ของพี่น้องชาวไท สิบสองปันนานั้น จะมีอยู่ 3 วัน คือวันแรกวันที่ 13 เมษาฯ จะเป็นการทำบุญ พบปะพี่น้อง บางแห่งก็จะมีประเพณีการปลูกต้นไม้ในวันนี้ หรือเป็นวันลอยสังขาร จากนั้นวันถัดมาก็จะเป็นการเฉลิมฉลอง ทั่วทั้งเมืองก็จะแต่งชุดพื้นเมืองที่สวยงาม และรดน้ำดำหัวกัน วันที่ 15 ก็จะเป็นวันเที่ยวในหมู่ญาติพี่น้องหรือครอบครัว

ที่เชียงรุ้งก็จะมีการแข่งเรือ และการจุดบ้องไฟ ในช่วงเทศกาลนี้ด้วย

(ยังมีต่อ)

Share 

Add a Comment

You need to be a member of THE LAND OF TAI to add comments!

Join this social network

About

ซุนปิน ซุนปิน created this social network on Ning.

Create your own social network!

BANNJOMYUT BLOG

Badge

Loading…

Latest Activity

ซุนปิน added 22 photos
May 20
ซุนปิน added a blog post
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราพากันไปที่สนามบินเพื่อบินของเมืองเชียงรุ้ง เพื่อบินไปที่คุนหมิง เครื่องบินดีเลย์และจะออกบินในช่วงบ่าย ก็เลยถือโอกาสกลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปนวดแผนโบราณในตัวเมืองช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวไท ก็เลยมีการหยุดงานกันเพื่อ...
May 14
ซุนปิน added 18 photos
May 14
ซุนปิน added a song
 play ธงไชย แมคอินไตย์ - 01 เล่าสู่กันฟัง
04:21
May 13

© 2009   Created by ซุนปิน on Ning.   Create Your Own Social Network

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service

Sign in to chat!