THE LAND OF TAI

มิตรภาพบนแผ่นดินเดียวกันของชนชาติไท....เราต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน

ซุนปิน

รุ่ยลี่ เมืองหน้าด่านจีน-พม่า (ตอน 3)

คณะที่เดินทางไปด้วยกันเรียกว่าเป็นชุดทรหดจริงๆ เว้นแต่ข้าฯคนเดียว คือ แม่นางอีกคนก็เดินทางมาจากไอโอวา อเมริกา , ส่วน ธุอ้าย(ภาษาลาวหมายถึง ท่านพี่)อีกท่านก็มาจากเมืองตูริน ฝรั่งเศส สำหรับแม่นางที่ข้าฯกล่าวถึงก็มากับบิดาของนาง พร้อมกับสามีของนาง ส่วนน้องชายนางที่มาพร้อมกันจากอเมริกาไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ไม่ได้มาด้วย เพราะอาจจะมาหลายครั้งแล้วก็ได้แต่ข้าฯเจอเขาหลังจากข้าฯกลับจากจีนและเจอเขาก่อนเขากลับอเมริกา เขาบอกว่าไปอัดซีดีเพลงไว้ที่เชียงใหม่เอาไปแจกที่วัดในอเมริกาให้ขายทำบุญว่างั้นเถอะ....เสียงร้องนั่นท่านฟังได้จากที่ข้าฯลงไว้ในบล็อกนั่นแหละ แสงเพชร เคยไปเรียนที่ออสเตรเลีย แล้วจึงไปอยู่อเมริกา ปัจจุบันมีรายการทีวีของตนเองที่อเมริกา...

ทั้งหมดก็นัดบินมาเจอกันในไทย...ส่วนคณะที่ทรหดจริงๆของไทย ก็มีคณะของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ทรหดสมชื่อจริงๆ เพราะท่านบู๊ สุดๆ คณะนี้ไปด้วยกัน 4 คน ดังนั้นชุดที่เดินทางไปรวมทั้งข้าฯด้วยก็เป็น10คน ไปถึงจิ่งหง ก็มีน้องมาสมทบอีก2 คน รวมเป็น 12 คน

แม่นางจากอเมริกา นางเป็นสปอนเซอร์ในค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งค่าเครื่องบินทุกไฟท์ ค่าอาหารทุกแห่งในภัตตาคารใหญ่ทุกแห่ง ค่าที่พักโรงแรม ระดับ 5 ดาวทุกที่ ค่าเข้าชมการแสดงทุกแห่ง ฯลฯ สำหรับทุกคนที่ไป

ดังนั้นเองข้าฯมีเงินติดตัวในกระเป๋าอยู่แค่ 5 พันบาท และบัตรเครดิต 1 ใบที่สำรองไว้ ที่ข้าฯบันทึก การเดินทางมานี่มิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะโอ้อวดใดๆ เพียงแต่อยากเล่าตามความเป็นจริงที่ประสบมาเท่านั้น

แม่นางเคยถามข้าฯว่า ชอบรุ่ยลี่ หรือจิ่งหง มากกว่ากัน ข้าฯก็ตอบว่าชอบจิ่งหง และข้าฯจะกลับมาเที่ยวอีกแต่ไม่มาแบบนางนะ ข้าฯบอกนางเช่นนั้น

คือข้าฯบอกนางว่าข้าฯหมายถึงว่าข้าฯจะมาแบบ เป้สะพายหลังค่ำไหนนอนนั่น ...ข้าฯดูบันทึกของชาวยุโรปที่ไปเที่ยวและถ่ายภาพหมู่บ้านและวิถีชีวิตชนเผ่าต่างๆในจีน แล้วรู้สึกว่างดงามมาก....และสัมผัสกับชีวิตผู้คนจริง อืม...คือสัมผัสกับหัวใจเขานะท่าน..

ชีวิต คนเราก็มีแค่นี้แหละถ้าไม่เรื่องมาก...อยู่ง่าย กินง่าย และถ้านอนง่าย ด้วยแล้ว ก็ถือว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขแล้วในชาตินี้...แต่ข้าฯมันก็เรื่องมาก เพราะจะต้องหาเรื่องดื่ม ไม่อกหักก็ต้องหาเรื่องให้มันอกหักเพื่อสุนทรียภาพในการดื่ม...อืม..อย่าหาว่าข้าฯมันพวกมาโซคิสต์ นะ มันคนละเรื่องกัน

ที่จริงแล้ว การไปเชียงรุ้งแบบประหยัดเราก็ไปได้ คือไป ที่อ.เชียงของ ข้ามไปห้วยทราย ประเทศลาวแล้วนั่งรถยนต์เข้าไป เส้นทางลาดยางดีมาก ก็ประมาณ 8 ชั่วโมงก็เหมือนเรานั่งรถจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดนั่นแหละ ที่พักก็มีมากมายทั้งเกสเฮาส์ โรงแรม ในราคาที่ไม่แพง ข้าฯอยากให้พวกท่านได้ไปสัมผัสกับชีวิตพี่น้องไท เรามั่ง...เพื่อประสบการณ์ชีวิต

แม่นางที่ข้าฯกล่าวถึง ที่จริงแล้วมารดานางก็มีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงของสิบสองปันนา ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนที่เปลี่ยนมาเป็นเขตอิสระปกครองตนเอง บิดาของนางก็มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของกษัตริย์ ส่วนอีกท่านร่วมคณะเดินทางก็มีศักดิ์เป็นมกุฎราชกุมาร หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าฯเคยกล่าวกับท่านเหล่านี้อย่างตรงๆ และท่านเหล่านี้ก็เห็นด้วยว่าจุดมุ่งหมายไม่ว่าจะปกครองแบบไหน ถ้าประชาชนมีความสุข มีสิทธิ เสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ก็ย่อมบรรลุผลแห่งแนวทางนโยบายแล้วและถือว่าสิ่งที่เรามุ่งหวังบรรลุแล้ว

เมื่ออดีตก็คืออดีต มิอาจจะรื้อฟื้นให้เหมือนดังเดิมได้ สิ่งใหม่ย่อมเข้าแทนสิ่งเก่า...อันเป็นสัจจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงใดๆ มีแต่เราจะทำให้สิ่งที่เป็นปัจจุบันให้ดีที่สุดได้อย่างไร ดังนั้นโลกปัจจุบันภารกิจที่เรามุ่งหวัง คือทำอย่างไรให้พี่น้องไท เราได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เท่าเทียมกัน และมีความสงบสุข บนโลกใบนี้

ประเทศจีนมีนโยบายในการประสานผลประโยชน์ของชนชาติส่วนน้อย ที่มีในประเทศ หลายร้อยชนเผ่าได้เป็นอย่างดียิ่ง
นโยบายที่ให้ชนชาติส่วนน้อยในประเทศแต่ละแห่งเป็นอิสระในการปกครองตนเองและรักษาไว้ซึ่งอัตตลักษณ์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม สังคมแห่งชนชาติตน ภายใต้ครอบครัวใหญ่ โดยไม่มีนโยบายกลืนชาติ เป็นผลให้ไม่มีความแตกแยกระหว่างชนชาติและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

วันสังขาร หรือวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ นอกจากจะเป็นวันปีใหม่ของชนชาติไท หรือไต แล้วในจีนยังเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันของ ชนชาติต่างๆเช่น ชาวม้ง ชาวอีก้อ ชาวมูเซอ ชาวอาข่า ชาวกระเหรี่ยง ฯลฯ ซึ่งต่างก็แต่งกายชุดชนชาติของตนมาร่วมกันเฉลิมฉลอง แม้แต่ชาวฮั่นก็ตาม ก็สนุกสนานกับการรดน้ำดำหัว

ความมีสิทธิ เสรีภาพ และเสมอภาคของชนชาติต่างๆในจีน ถือเป็นนโยบายที่ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่งในจีน ที่ประเทศไทยเราน่าเอามาเป็นแบบอย่างในการ ดำเนินนโยบายเรื่องชนชาติส่วนน้อยในไทย

ที่ข้าฯกล่าวถึงเช่นนี้เพราะข้าฯเคยมีประสบการณ์จากครั้งหนึ่ง ข้าฯไปที่เชียงแสน เพื่อนข้าฯท่านหนึ่งก็มีลูกน้องที่เป็นชาวอาข่า และก็มีบัตรประจำตัวคือบัตรชาวเขา แม้ว่าจะเกิดมาบนดินแดนนี้นับแต่ปู่ทวด ย่าทวด ก็ตาม ข้าฯก็เพิ่งทราบว่ามีบัตรแบบนี้ด้วยและมีการห้ามออกนอกเขตจังหวัดด้วย คือต้องอยู่ในเขตจังหวัดเชียงราย

ในวันนั้นข้าฯเองก็สงสารเด็กๆพวกนั้นราว 10 คน ไม่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่เลย พอดีกับเพื่อนเขาก็จะพาลูกน้องไปเที่ยว แต่เด็กลูกน้องดูไม่มีความสุขเพราะด่านตรวจเยอะมาก กลัวไม่ได้เที่ยว แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยระบบที่ไร้ระบบแบบไทยๆ....อืม..ข้าฯคงไม่ต้องกล่าวรายละเอียดพวกท่านคงเข้าใจว่า ไทยไทย คืออะไร.. ก็เลยโทรไปให้น้องที่เป็นเจ้าของร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ทำอาหารไว้ให้ แต่แม่เลี้ยงก็ใจดีเหลือเกินบอกขอเลี้ยงเองมื้อนี้ ไม่ยอมให้จ่ายใดๆ คือเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย

การขาดอิสรภาพ และเสรีภาพ บนดินแดนที่ตนเกิดและร่วมพัฒนาผืนดินตน แต่กลับขาดสิทธิ์มากมายเท่าเทียมกันกับผู้ที่อาศัยบนดินแดนเดียวกัน....ไม่เพียงแต่ขาดซึ่งมนุษยธรรม หากยังแสดงให้เห็นถึงความด้อยทางจริยธรรมที่มีอยู่ในใจของผู้ควบคุมกลไกอำนาจรัฐที่เป็นชนชาติส่วนใหญ่ และนี่ก็คือชนวนแห่งความแตกแยกของชนในชาติ

พูดแต่เรื่องอื่นมากมาย เลยยังไม่ไปถึง รุ่ยลี่ สักที เอาไว้ตอนต่อไป....ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน...

(ยังมีต่อ)

Share 

Add a Comment

You need to be a member of THE LAND OF TAI to add comments!

Join this social network

About

ซุนปิน ซุนปิน created this social network on Ning.

Create your own social network!

BANNJOMYUT BLOG

Badge

Loading…

Latest Activity

ซุนปิน added 22 photos
May 20
ซุนปิน added a blog post
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราพากันไปที่สนามบินเพื่อบินของเมืองเชียงรุ้ง เพื่อบินไปที่คุนหมิง เครื่องบินดีเลย์และจะออกบินในช่วงบ่าย ก็เลยถือโอกาสกลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปนวดแผนโบราณในตัวเมืองช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวไท ก็เลยมีการหยุดงานกันเพื่อ...
May 14
ซุนปิน added 18 photos
May 14
ซุนปิน added a song
 play ธงไชย แมคอินไตย์ - 01 เล่าสู่กันฟัง
04:21
May 13

© 2009   Created by ซุนปิน on Ning.   Create Your Own Social Network

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service

Sign in to chat!